The Turk

ใครจะเชื่อว่าในปี ค.ศ. ๑๗๗๐ มนุษย์จะสามารถประดิษฐ์หุ่นยนต์เล่นหมากรุกได้?

คนสมัยนี้ไม่เชื่อ! แต่คนในปี ค.ศ. ๑๗๗๐ เชื่อ!!!

The Turk คือชื่อของหุ่นยนต์ตัวนั้น

(มีชื่อเรียก ว่า Mechanical Turk หรือ Automaton Chess Player)

ในปี ๑๗๗๐ วูล์ฟแกง วอน เคมเพเลน นักประดิษฐ์ชาวฮังการี่ซึ่งคลุกคลีอยู่ในราชสำนักออสเตีย เห็น ฟรังซัวส์ เพลเลนเทีย เล่นกลลวงตาต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดินี มาเรีย เธเรซ่า แล้วได้รับพระราชทานรางวัลตอบแทนเป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้เขาคิดว่าต้องหาอะไรมาแสดงบ้าง

หลังจากนั้น ๖ เดือน เขานำเสนอเครื่องจักรนักเล่นหมากรุกที่ทำเป็นรูปคนครึ่งตัวขนาดเท่าคนจริง ทำด้วยโลหะทองแดง มีเคราสีดำ ดวงตาสีเทา ใส่ชุดแบบชาวตุรกี และพันศีรษะแบบชาวมุสลิม แถมมือข้างหนึ่งยังถือกล้องยาเส้นแบบตุรกีอีกด้วย ทำให้ต่อมามันได้รับการตั้งชื่อว่า The Turk

The Turk ติดตรึงกับกล่องขนาดใหญ่กว้าง ๒ ฟุต ยาว ๓ ฟุตครึ่ง สูง ๒ ฟุตครึ่ง บนกล่องด้านหน้าหุ่นเติร์ก จะมีกระดานหมากรุกขนาด ๑๘ นิ้ววางอยู่ ด้านหน้ากล่องจะแบ่งเป็น ๓ ส่วน ที่แสดงให้เห็นชิ้นส่วนกลไกหลายชิ้นกำลังทำงาน เท่าที่คนเห็นจากภายนอกมันทำงานอย่างเป็นระบบและซับซ้อนเกินกว่าพวกเขาจะเข้าใจ

เคมเพเลน จงใจทำประตูด้านหน้ากล่องให้เปิดได้เพื่อให้คนเห็นระบบการทำงานของเครื่องจักรตัวนี้ ซึ่งถ้าเปิดออกจะเห็นเครื่องกลไก ฟันเฟือง ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลทำงาน ซึ่งสามารถมองทะลุผ่านไปให้เห็นถึงด้านหลังว่าไม่มีอะไรอื่นนอกจากชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ด้านหน้ายังมีกล่องเล็กๆ ที่ เคมเพเลน บอกว่าเป็นตัวควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกล  ซึ่งทำให้บางคนเชื่อว่ามันเป็นกล่องที่บรรจุพลังเหนือธรรมชาติที่ควบคุม The Turk อยู่

เคมเพเลน จะแจ้งกฎให้ผู้เข้ามาท้าแข่งกับ  The Turk ว่า ทางฝ่าย The Turk จะใช้ฝ่ายสีขาว และจะเป็นฝ่ายเริ่มเล่นก่อน นอกจากนี้ The Turk ยังสามารถผงกศีรษะ ๒ ครั้งเมื่อตัวควีนกำลังจะโดนรุก และจะผงกศีรษะ ๓ ครั้ง หาตัวคิงกำลังจนมุม และถ้าฝ่ายตรงข้ามเดิมผิดพลาด มันจะส่ายหน้า และจะหยิบตัวนั้นกลับไปและเดินหน้าเล่นต่อทันทีเพื่อเป็นการปรับฝ่ายตรงข้ามที่เดินผิดพลาด เขาจะให้ผู้อยู่ในห้องนั้นได้ตรวจสอบกระดานหมากรุก ตัวหมากรุก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เล่นกลอะไรกับหมากรุก

เค้าท์ ลุดวิก วอน โคเบนซล์ แห่งราชสำนักออสเตียลองทดสอบแข่งหมากรุกกับ The Turk เป็นคนแรก หลังจากนั้นก็มีหลายๆ คนลอง ซึ่งทั้งหมดพ่ายแพ้ภายในเวลาไม่ถึง ๓๐ นาที นอกจากนี้เจ้า The Turk ยังสามารถแก้ปริศนา Knight’s Tour ได้ด้วย ให้ตัวอัศวิน เดินไปบนกระดานหมากรุกโดยจะต้องเดินไปให้ครบทุกช่องในกระดานให้ได้) ซึ่ง ณ เวลานั้น นักหมากรุกโดยทั่วไปไม่สามารถแก้ปริศนานี้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสนทนาตอบโต้กับคนได้ ผ่านทางการเลือกตัวอักษรบนกระดานตัวอักษร!!! มีบันทึก Über den Schachspieler des Herrn von Kempelen und dessen Nachbildung (แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า On the Chessplayer of Mr. von Kempelen And Its Replica) ในปี ๑๗๘๙ ของ คาร์ล ฟริดดิก ฮินเดนเบิร์ก อาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัย บันทึกการสนทนาระหว่างเขากับ The Turk ไว้เกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป อายุ กลไก และอื่นๆ

หลังจากนั้น ชื่อเสียงของ The Turk ก็ขจรไกลทั่วยุโรป เคมเพเลนไม่ค่อยนำมันออกแสดงนัก โดยให้เหตุผลในเรื่องการบำรุงรักษาซ่อมแซมที่ยุ่งยาก ร่วมถึงการตั้งค่าเครื่องจักรเพื่อรับมือกับผู้ท้าแข่งที่จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และนอกจากนี้เขายังต้องการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมืออื่นๆ อย่างเช่นเครื่องจักรไอน้ำและเครื่องถ่ายทอดเสียงมนุษย์ (ลำโพงนั่นเอง)

ความสามารถล้นเหลือขนาดนี้ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงกับความล้ำหน้าทางสติปัญญา นักประดิษฐ์หลายคนพยายามที่จะสร้างเครื่องจักรที่มีความสามารถคล้ายๆ กันออกมา แต่ก็ล้มเหลว

วอน วินดิสช์ เชียนบันทึกไว้ว่า “เขาปฎิเสธคำขอร้องจากเพื่อน และจากคนที่สนใจใคร่รู้จากทั่วประเทศที่อยากจะเห็นเครื่องจักรมหัศจรรย์นี้” และในช่วงทศวรรษ หลังจากเปิดตัว The Turk ในพระราชวังชอนบรูน The Turk มีโอกาสรับคำท้าของ เซอร์ โรเบิร์ต เมอเรย์ คีธ ขุนนางชาวสก็อตต์เพียงคนเดียว ในปี ๑๗๘๑ เขาได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิ โจเซฟที่ ๒ เพื่อให้รื้อฟื้น The Turk และนำมันให้ทอดพระเนตรที่กรุงเวียนนาเพื่อต้อนรับแกรนด์ดยุค พอล แห่งรัสเซียและภรรยา ซึ่งเป็นที่ประทับใจคนที่ได้ชมในครั้งนั้นมาก ท่านแกรนด์ดยุค พอล เอ่ยปากขอให้นำมันไปแสดงในที่ต่างๆ ในยุโรป ซึ่งเป็นคำขอเชิงบังคับ ถึงเคมเพเลนไม่อยากรับข้อเสนอนั้น แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้

การนำ The Turk ไปแสดงทั่วยุโรป เริ่มขึ้นที่ฝรั่งเศสในเดือนเมษายน ๑๗๘๓ และได้พบกับนักเล่นหมากรุกชั้นนำหลายคน ทำให้ต้องพ่ายแพ้หลายครั้ง และผู้ท้าแข่งคนสุดท้ายในปารีส คือ เบนจามิน แฟร็งคลิน ทูตสหรัฐอเมริกาประจำฝรั่งเศส ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับแฟร็งคลินมากจนทำให้เขากลายเป็นคนสนใจพวกเครื่องจักรกลนับแต่นั้นมา

หลังจากปารีส ก็ไปที่ลอนดอน ฟิลลิป ธิคเนสส์ ซึ่งหลังจากได้ลองตรวจสอบเครื่องจักรภายในแล้วก็ประกาศว่า ถึงเขาจะนับถือเคมเพเลนในฐานะนักประดิษฐ์ฝีมือดี แต่เขาคิดว่า The Turk เป็นเรื่องโกหกโดยแอบนำเด็กไว้ตู้เพื่อบังคับหุ่น เพราะหลังจากเขาตรวจสอบแล้วพบว่ามันมีแต่พวกฟันเฟืองกลไกที่ดูซับซ้อนก็เพื่อลวงตาคนดูให้เข้าใจผิดคิดว่ามันทำงานได้จริง

แต่ ณ เวลานั้น กระแสคลั่งไคล้ The Turk ยังมีมหาศาล ได้เดินทางไปในหลายๆ ที่ ในยุโรป กษัตริย์เฟรดเดอริคมหาราช แห่งปรัซเซียเสนอเงินจำนวนมหาศาลให้กับเคมเพเลนเพื่อแลกกับความลับในการสร้าง The Turk

เคมเพลินเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๑๘๐๔ ขณะมีอายุ ๗๐ ปี และดูเหมือนว่าความลับในการสร้างเครื่องจักรกลมหัศจรรย์จะตายไปกับเขาด้วย

ลูกชายของเคมเพเลน ขาย The Turk ให้กับ โจฮันน์ เนโปมัค มาลเซล นักดนตรีชาวบาวาเรียที่สนใจเครื่องจักรกล (เขาคนนี้เป็นผู้จดสิทธิบัตรเมโทรนอม) ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ก็ศึกษาการทำงานของ The Turk และนำมันออกแสดงอยู่บ้างประปราย อย่างในปี ๑๘๐๙ จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศส เดินทางมาพระราชวังชอนบรูน ก็ได้นำไปแสดงประสิทธิภาพด้วย แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นมีการบันทึกที่ขัดแย้งกันเองจากข้อมูลหลายแหล่ง

ช่วงปี ๑๘๑๘ –  ๑๘๑๙ มาลเซลนำ The Turk ไปแสดงในฝรั่งเศสและอังกฤษ ในปี ๑๘๒๖ – ๑๘๒๘ กลับไปยุโรปในช่วงปี ๑๘๒๙ และกลับมาสหรัฐอเมริการอีกครั้ง ก็ได้เดินทางไปนิวยอร์คซิตี้  บอสตั้น  ฟิลาเดเฟีย บัลติมอร์ และที่บัลติมอร์นี้เองมีคนประดิษฐ์ The Walker Chess-player ขึ้นมาได้เหมือนกัน

เอ็ดการ์ อลัน โป เขียนบทความ Maelzel’s Chess Player ลงใน the Southern Literary Messenger เดือนเมษายน ๑๘๓๖  เขาออกเดินทางไปคิวบา และเสียชีวิตจากไข้เหลืองบนเรือกลางทะเลในปี ๑๘๓๘ ทำให้ The Turk ตกอยู่ในการครอบครองของ จอห์น โอห์ล ซึ่งต่อมาขายมันให้กับด็อกเตอร์ จอห์น เคลียสลี่ย์ มิทเชล จากฟิลาเดเฟีย แพทย์ประจำตัวของ เอ็ดการ์ อัลเลน โป เขาได้พยายามซ่อมแซมให้มันใช้งานได้ในปี ๑๘๔๐ และต่อมาได้บริจาคมันให้กับพิพิธภันธ์ของ ชาร์ล วิลสัน พีล และมันได้อยู่ที่นั่นจนเกิดเหตุเพลิงไหม้ในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๑๘๕๔

จอห์น ก็วกฮาน นักประดิษฐ์สิ่งของสำหรับนักมายากลในลอส แอนเจลิส ได้จ่ายเงินราวๆ ๑๒๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ เพื่อจำลองแบบ The Turk ขึ้นมาในปี ๑๙๘๔  โดยใช้เวลาถึง ๔ ปี โดยมีบางส่วนเช่นกระดานหมากรุกเป็นของเดิมที่หลงเหลือจากเหตุไฟไหม้ และนำมันไปแสดงครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ๑๙๘๙ ซึ่งทำงานทุกอย่างได้เหมือนที่เคมเพเล็นทำ ยกเว้นว่าคราวนี้ The Turk ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ด็อกเตอร์ ซิลาส มิทเชลล์  บุตรชายของ จอห์น เคลียสลี่ย์ มิทเชลล์ เจ้าของ The Turk คนสุดท้ายก่อนบริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์ เป็นคนออกมาเปิดเผยถึงกลไกการทำงานของ The Turk

ความลับในการสร้าง The Turk โดนเก็บงำไว้เป็นเวลานาน กว่าคนจะรู้ว่าที่จริงแล้วมันเป็นหุ่นบังคับโดยคนนี่เอง ไม่ใช่เครื่องจักรที่คิดได้เอง เมื่อ โรเบิร์ท วิลลิส ชาวลอนดอน ได้เขียน An Attempt to analyse the Automaton Chess Player (London, 1821)