บทกวีของ ทิม เบอร์ตั้น เรื่องนี้เคยมีคนแปลเป็นไทย เคยอ่านแล้วรู้สึกว่ามันขัดใจอย่างไรพิกลอยู่

ไม่อยากจะกล่าวโทษผู้แปลว่าแปลไม่ดีหรืออย่างไร (เพราะถ้าให้แปลเองจะได้แบบนั้นหรือเปล่าก็ไม่ทราบ) แต่ความขาดๆ เกินๆ บางคำที่มีก็ตัดทิ้ง บางคำที่ไม่มีก็ใส่เข้ามา บางทีก็เรียงประโยคแปลกไปจากต้นฉบับ ทำให้หงุดหงิดรำคาญใจ และที่ไม่ชอบเป็นอย่างมากคือปราศจากบรรยากาศของทิม เบอร์ตั้น

การแปลเป็นศาสตร์และเป็นศิลป์ และมีโอกาสโดนตำหนิ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม (ฮา…)

พยายามเอาใจไปใส่ในความคิดของผู้แปล บางทีอาจจะอยากเก็บความ (แต่ไม่เก็บคำ) เรื่องนี้เป็นเรื่องยากระดับโคตรจะยากที่จะให้ออกมาดี

ความไม่ชอบใจมันเริ่มตั้งแต่หน้าปก และการตั้งชื่อเรื่องในภาษาไทย

ตั้งชื่อมาสั้นๆ ว่า “เด็กชายหอยนางรม” จากชื่อเต็มๆ ของหนังสือเล่มนี้คือ The Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories มันคงจะมีเหตุผลอะไรหลายๆ อย่าง เช่น หน้าปกก็ลอกต้นฉบับมาทั้งดุ้นอยู่แล้ว…หรืออาจจะมีเหตุผลอื่นเช่น “เด็กชายหอยนางรม” มันก็แปลกและขายได้ในตัว แถมยังสั้นๆ จำง่าย

แต่มันก็ต้องมีเหตุผลที่เบอร์ตั้นตั้งชื่อเรื่องเอาไว้ว่า The Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories

มันทำให้เกิดความรู้สึกว่า คนแปลไม่เคารพต้นฉบับเท่าไหร่ รวมไปถึง ไม่เข้าใจบรรยากาศภายในเนื้อหา – หรือจะว่าไป – ไม่เข้าใจบรรยากาศงานของเบอร์ตั้น

หน้าปกและชื่อเรื่องยังไม่ทำให้หงุดหงิดใจเท่ากับเมื่อได้อ่านเนื้อใน ซึ่ง…ในฉบับตีพิมพ์ครั้งแรก ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ นั้น จำได้ว่าแปลไม่ครบทุกเรื่อง (ไม่ทราบว่าฉบับหลังๆ แปลครบทุกเรื่องหรือไม่?) และแปลแบบขัดใจคนอ่านต้นฉบับมาก

ยกตัวอย่าง บทที่ชื่อ James

Unwisely, Santa offered a teddy bear to James, unaware that
he had been mauled by a grizzly earlier that year

แปลว่า

ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ที่ซานตาคลอสให้ตุ๊กตาหมีแก่เจมส์
ช่างไม่รู้เลยหรือว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
เจมส์เพิ่งถูกหมีใหญ่ตะปบตาเหวอะไปข้าง

รู้สึกตงิด ตั้งแต่ที่แปล unaware that…เป็น ช่างไม่รู้เลยหรือว่า

จะบอกว่าแปลผิดหรือไม่? ก็คงไม่ผิด แต่อ่านต้นฉบับแล้วมันจะต้องมีสำเนียงเสียดสี คือ ไม่ตระหนักเลยว่าเขาเคยโดนหมีกรีซลี่ย์ขย้ำเอา

อีกอย่าง ในต้นฉบับเขียนตรงไหนว่าตาเหวอะไปข้าง? (นอกจากในรูปประกอบ)

แล้วทำไมถึงเอา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขึ้นก่อน ในเมื่อเองไปไว้ข้างหลังก็ได้ความเหมือนกัน และเหมือนต้นฉบับ

คิดว่าผู้แปลคงมีเหตุผล

ความรู้สึกแบบนี้มันเกาะกินใจเวลาอ่านฉบับแปลภาษาไทย จนไม่อยากอ่านซ้ำ

ช่างเถอะ…

บทกวีประกอบภาพจำนวน ๒๓ บท เล่าเรื่องที่แสนหวานและโศกนาฏกรรมของเด็กที่พิกลพิการน่ารังเกียจและน่าเห็นใจ

หลายคนเบือนหน้าหนี และบอกว่านี้ไม่ใช่งานที่เหมาะสำหรับเยาวชนเสียหน่อย

บรรดานิทานสำหรับเด็กแต่ไหนแต่ไรมาก็โหดร้ายอยู่แล้ว!

จำได้หรือไม่ว่า “เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ” ประสบชะตากรรมสุดท้ายอย่างไร? ในเรื่อง “สโนไว้ท์” กับ “เจ้าหญิงนิทรา” เจ้าชายก็ไม่ต่างอะไรกับพวกโรคจิตที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับศพ “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ก็คือหัวขโมยที่ลักทรัพย์แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์!

นี่ยังไม่ได้เข้าไปล้วงลึกถึงต้นฉบับดั้งเดิม อย่าง “เจ้าหญิงนิทรา” ที่โดนเจ้าชายลักหลับจนท้อง แล้วก็คลอดลูกมาทั้งๆ ที่ยังหลับ จนเด็กที่เกิดมา ดูดดื่มปลายนิ้วของนาง นั่นล่ะ คำสาปจึงสลาย…

แต่ในความโหดร้ายที่อ้างถึงนั้น ล้วนอธิบายถึงสิ่งที่เด็กต้องเผชิญได้ทุกเรื่อง รวมถึง The Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories ของ ทิม เบอร์ตั้น ด้วย

ความวิกล พิการ การขาดความรัก ความเข้าใจ ความใฝ่ฝันอยากจะเป็นวีรบุรุษ(แบบแปลกๆ) ของเด็กเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของเด็ก อย่าง เด็กชายหอยนางรม ซึ่งต้องพบความตายที่น่าเศร้าเมื่อพ่อผู้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศใช้เขาเป็นเป็นอาหารเสริมกำลังทางเพศ (ภายใต้ความเชื่อว่าหอยนางรมเพิ่มพลังทางเพศ) โดยแม่ของเขารู้เห็นเป็นใจ จะว่าไปในโลกแห่งความจริง เรามีพ่อ-แม่ที่ทำร้ายลูกของตัวเองโดยเห็นว่าเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งจะทำอย่างไรก็ได้

 

ใครอยากอ่านตามไปที่ลิ้งค์นี้ http://homepage.eircom.net/~sebulbac/burton/home.html