Brain Salad Surgery
ลองจินตนาการถึงโลกที่ปราศจากกีต้าร์ว่ามันจะเป็นอย่างไร ลองนึกถึงวงดนตรี rock ที่ไร้สรรพเสียงจากกีต้าร์ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน เคยคิดกันเล่นๆบ้างหรือไม่ว่าถ้าวงอย่าง Linkin’ Park หากไม่ใช้กีต้าร์แล้วเสียงโดยรวมจะออกมาเป็นอย่างไร ?
หลายคนคงสบถออกมาว่า “ถ้าไม่มีกีต้าร์ ก็คงไม่มีดนตรี rock” ไม่ว่าจะเป็นเพราะว่ากีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีที่เสริมสร้างความเท่ให้กับผู้ถือมันอย่างไม่อาจวัดเป็นปริมาณได้ หรือจะเป็นเพราะโดยอัตลักษณ์ทางเสียงของมันคือสิ่งที่เป็นเอกอันไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทน หรือถ้าจะเอาจิตวิเคราะห์ของ Sigmund Freud เข้ามาปรับใช้ก็ต้องบอกว่ากีต้าร์เป็นตัวแทนขององคชาติ อันเสริมสร้างให้อัตตาของแต่ละปัจเจกให้มั่นคงแข็งแรงจนกลายเป็นการโอ้อวด ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม ก็ต้องยอมรับกันโดยดุษฎีว่า แวดวง rock มักจะไม่ขาดแคนเสียงกีต้าร์ แทบจะกลายเป็นว่ากีต้าร์คือสิ่งสำคัญอันไม่อาจขาดได้ในแวดวง rock ถึงแม้ว่าจะมีวงดนตรีอย่าง The Doors และ Deep Purple ได้บุกเบิกเส้นทางที่เสียงออร์แกนได้มีโอกาส solo เทียบเคียงไปกับเสียงกีต้าร์ แต่ทั้งสองคณะที่กล่าวมานั้นก็มีเสียงกีต้าร์ solo เป็นพระเอกตัวจริงอยู่เหมือนกัน
ตอนที่กำลังตัดสินใจเลือกงาน rock ที่ไม่ได้มีเสียงกีต้าร์เป็นตัวนำก็นั่งคิดอยู่ว่าวงดนตรีคณะไหนที่มีมือคีย์บอร์ดฝีมือฉกาจบ้าง หลายๆ คณะที่อยู่ในความคิดมักจะมีเสียงกีต้าร์เป็นตัวชูโรงแทบจะทั้งนั้น แม้ว่าบางคณะอย่าง Uriah Heep จะมีเสียงคีย์บอร์ดเป็นตัวนำทาง แต่ก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่าเสียงกีต้าร์ ทั้งภาค rhythm และ solo ยังคงเป็นบทบาทสำคัญของวงอย่างชัดเจน คิดไปคิดมาหลายตลบ ก็มาลงที่วงดนตรีเพียงคณะเดียว ซึ่งเป็นคณะแรกที่นึกออก เวลาพูดถึงเสียงคีย์บอร์ดอันโดดเด่น เพราะมือคีย์บอร์ดของวงเคยได้ชื่อว่าเป็น “Jimi Hendrix แห่งคีย์บอร์ด” เสียด้วย และที่สำคัญก็คือเป็นวงดนตรีสามชิ้นที่ไม่มีมือกีต้าร์ ถ้าจะพูดถึงวงดนตรีที่มีเสียงคีย์บอร์ดเป็นตัวนำจะมีวงดนตรีคณะใดที่โดดเด่นเกินหน้า ELP อีกหรือเปล่า ?
ELP เป็นตัวย่อมาจากชื่อเต็มๆว่า Emerson, Lake and Palmer ชื่อวงก็คือชื่อของคนสามคน ที่ร่วมกันผลักดันให้ชื่อของพวกเขาขึ้นมาอยู่ในระดับหัวแถวของวงการ progressive rock ในยุค 70s และจะว่าไปแล้ว วงนี้ก็อยู่ในความสนใจของสาธารณชนมาตั้งแต่พวกเขาประกาศว่าจะทำงานร่วมกัน นิตยสาร New Musical Express แห่งเกาะอังกฤษถึงกับพาดหัวตัวเป้งในฉบับวันที่ 4 เมษายน 1970 ว่า "Keith Emerson and Greg Lake to form new group" แปลเป็นไทยได้ง่ายๆว่า Keith Emerson และ Greg Lake ตัดสินใจทำวงดนตรีร่วมกัน เหตุผลง่ายๆที่ทำให้พวกเขาเป็นที่สนใจก็คือ บางที (อันนี้ยังไม่ยืนยัน) พวกเขาอาจจะเป็นวงระดับ super group คณะแรกก็เป็นได้
Keith Emerson เป็นมือคีย์บอร์ดที่โด่งดังมากับวง The Nice ลำพังฝีมือการเล่นคีย์บอร์ดของเขาอยู่ในระดับดี แต่ที่สำคัญก็คือลีลาการชำเราคีย์บอร์ดอย่างเมามันส์ อย่างเช่นเอามีดมาปักเข้าไปที่คีย์บอร์ดเป็นต้น ทำให้บางคนเรียกเขาว่าเป็น Jimi Hendrix แห่งคีย์บอร์ด ส่วน Greg Lake ก็มาจาก King Crimson วงดนตรีแนว progressive rock ที่สร้างชื่อจากอัลบั้มแรก In the Court of Crimson King ซึ่งหลังจากที่ทั้งคุ่ติดสินใจว่าจะทำงานร่วมกันแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือการหามือกลองเข้ามาเสริมทีม มีมือกลองหลายคนที่ได้รับการทาบทาม หนึ่งในนั้นก็คือ Mitch Mitchell ที่เคยร่วมงานกับ Jimi Hendrix Experience ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น ก็เกิดมีความเป็นไปได้ว่า Jimi Hendrix ก็สนใจที่จะมาร่วมงานกับพวกเขาด้วย!!! และถึงแม้ว่าต่อมา Carl Palmer จะเป็นมือกลองอย่างเป็นทางการ แต่ว่าการติดต่อพูดคุยกับ Jimi ก็ยังคงมีอยู่ ถึงขั้นร่วม jam กันในช่วงปลายๆปี 1970 ข่าวลือที่ว่านี้กระจายไปในหมุ่สื่อมมวลชนอังกฤษ และพวกเขาก็พูดถึงชื่อวงว่าจะใช้ชื่อ HELP หรือ Hendrix, Emerson, Lake & Palmer กันเลยทีเดียว แต่ว่า Jimi ก็อำลาโลกนี้ไปเสียก่อนที่ project นี้จะเป็นความจริง
Carl Palmer เองก็ไม่ใช่ว่าไร้ชื่อเสียงเรียงนาม เขาเคยอยุ่กับ Atomic Rooter มาก่อน และยังมีเครคิดในการทำงานร่วมกับ the Crazy World of Arthur Brown ด้วย
อัลบั้มแรกใช้ชื่อเรียบง่าย Emerson, Lake & Palmer กลายเป็นงานระดับคลาสสิคไปแล้ว และ ELP ก็เป็นวงบุกเบิกแนว progressive คณะแรกๆที่ขยายฐานแฟนเพลงมาสู่วงการดนตรี pop โดยที่ยังคงความสลับซับซ้อนเอาไว้ ยิ่งเมื่อพวกเขาได้ Peter Sinfield นักเขียนคำร้องฝีมือเยี่ยมที่เคยฝากฝืมือมาในสมัย King Crimson มาช่วยงานเขียนและพวกเขาก็ก่อตั้งบริษัทของตัวเอง Manticore เป็นของตัวเองด้วย
และงานที่จะแนะนำให้รู้จักในฉบับนี้เป็นงานลำดับที่ 5 มีชื่อน่ารักน่าชังว่า Brain Salad Surgery ที่หยิบงานชุดนี้มาชื่อชมก็เพราะว่าหน้าปกฝีมือ H.R. Giger มากกว่าอย่างอื่น (ฮา-ฮา) คือต้องบอกว่างานแต่ละชุดของ ELP ก็มีส่วนดีต่างกันไป คุณจะเลือกงานชุดไหนของ ELP ในยุค 80s มันก็ล้วนแต่มีจุดที่นำมาพูดถึงได้ทั้งสิ้น
ก่อนหน้าที่จะออกงานชุดนี้มามีข่าวว่า Carl ลงทุนไปเรียนการตี timpani อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ยิ่งทำให้การคิด pattern กลองของเขาผิดแผกไปจากมือกลองคนอื่นๆ ลองฟังเพลง Jerusalem ที่ดันแปลงมาจากเพลงเก่าแก่โบราณของอังกฤษ ตอนที่เพลงนี้ออกมาใหม่ๆ หลายคนไม่ยอมรับว่ามันเป็นเพลงคลาสสิก แต่การเคลื่อนไหวและลีลาของเพลงแสดงถึงอิทธิพลอย่างสูงของ serious music ไม่ว่าจะเป็นส่วนของคีย์บอร์ดและ mini moog synthesizer ที่ Keith บรรจงบรรเลงและท่อนกลองที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาของ Carl Palmer
Toccata ดัดแปลงมาจากท่อนที่ 4 ของ piano concerto ของท่าน Alberto Ginestera ซึ่ง Keith ถ่อสังขารไปขออนุญาตจากท่าน Alberto ถึงเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์ (แต่ท่านเป็นชาวอาเจนตินาโดยกำเนิด) เพราะว่าโดยส่วนตัวแล้ว Keith ชื่นชมท่าน Alberto เป็นอย่างสูง และเมื่องานเสร็จมาเรียบร้อยก็ไม่ทำให้ท่าน Alberto ผิดหวังแม้แต่น้อย ความแพรวพราวของเสียงที่ร่วงหล่นมาต่อเนื่อง และมี counter point วิ่งเริงร่ายประสานไปมาระหว่างคีย์บอร์ดและเบส และมีท่อนให้เสียงกลองได้ solo ในลักษณะอันยิ่งใหญ่อลังการ และ ถ้าจำไม่ผิด Carl จะเป็นคนแรกที่นำ drum synthesizer เข้ามาใช้ ดูเหมือนว่าจะพูดถึงมือคีย์บอร์ดกับมือกลองมากเกินไป ลองมาดูความสามารถของ Greg กันบ้างใน Still, You Turn Me On เพลง ballad ที่แสดงถึงน้ำเสียงอันเยี่ยมยอดของ Greg
แต่เพลงที่ยาวสุดขีดในงานชุดนี้ก็คือ Karn Evil 9 ที่ยาวเต็มๆถึง 25 นาที อยากให้ฟัง1st Impression ที่ออกมาแบบ classic แต่ใน 2nd Impression กลับมีสัดส่วนและลีลาแบบ Jazz คุณฟังเพลงนี้เพลงเดียวให้เข้าใจ แล้วคุณจะเข้าในในสิ่งที่ ELP เป็นอยู่และต้องการจะนำเสนอสู่คนฟัง มันมีทั้งส่วนของ classic, rock, jazz ไปจนถึง metal ผสมกลมกลืนกันเป็นอย่างดี อีกทั้งฝีมือการบรรเลงของแต่ละคนก็เข้าขากันในแบบยอดฝีมือที่รู้ทางกัน ทำให้บทเพลงมีการลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง
คงต้องลองหามาฟังเอง สำหรับคนที่สนใจ Progressive Rock รับรองว่าไม่มีผิดหวัง
———————————————————————–
Artists: Emerson, Lake & Palmer
Title: Brain Salad Surgery
Label: Manticore/Atlantic Records
Years: 1974
Line Up:
Keith Emerson: organs, piano, harpsichord, accordion, custom-built Moog synthesizer, Moog polyphonic ensemble, vocals
Greg Lake: vocals, bass, Zemaitis electric 6-string and 12-string guitars
Carl Palmer: drums, percussion, percussion synths
Producer: Greg Lake
Engineer: Geoff Young; Chris Kimsey
Track List:
- Jerusalem — 2:44
- Toccata — 7:23
- Still… You Turn Me On — 2:53
- Benny The Bouncer — 2:21
- Karn Evil 9 (1st Impression - Part 1) — 8:44
- Karn Evil 9 (1st Impression - Part 2) — 4:47
- Karn Evil 9 (2nd Impression) — 7:07
- Karn Evil 9 (3rd Impression) — 9:03